คำถามที่พบบ่อย


เรื่องธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

1. แบบคำขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (สธก.10)
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
3. สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
4. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบสมรส หรือเอกสารสำคัญการเปลี่ยนชื่อ - สกุล (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
5. สำเนาปริญญาบัตรหรือหนังสือรับรองว่าจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และสำเนาใบรับรองผลการศึกษา (ทรานสคริปท์)
พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง /หรือสำเนาวุฒิบัตร หรือหนังสือรับรองว่าได้ผ่านการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ ตามหลักสูตรที่คณะกรรมการกำหนด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ยื่นเอกสารฉบับจริงแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย
6. ใบรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ใบรับรองแพทย์) ไม่เกิน 30 วัน พร้อมประทับตราของสถานพยาบาล (ยื่นเอกสารฉบับจริง)
7. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ จำนวน 200 บาท
1. แบบคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวประเภทนิติบุคคล (สธก.2) กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและ ประทับตราบริษัท
2. หนังสือรับรองว่าบริษัทได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมวัตถุประสงค์ ไม่เกิน 6 เดือน (กรรมการไทยเกินกึ่งหนึ่งและกรรมการไทยเป็นผู้มีอำนาจลงลายชื่อและประทับตราบริษัท ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551) และที่อยู่ของสำนักงานสาขา (ถ้ามี)
3. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับประชุมผู้ถือหุ้นปีปัจจุบัน รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่เกิน 6 เดือน (บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้น 51%)
4. หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่เกิน 6 เดือน
5. ข้อบังคับของบริษัท หรือรายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท (กรณีไม่มีข้อบังคับ) รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่เกิน 6 เดือน
6. รายการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด (หส.2) รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่เกิน 6 เดือน
7. สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจจัดการแทนและกรรมการทุกท่านพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีมีกรรมการต่างชาติ แนบสำเนาพาสปอร์ตและสำเนาใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย (Work Permit) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
8. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ - สกุล หรือเอกสารสำคัญการเปลี่ยนชื่อ - สกุล ของกรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
9. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจจัดการแทนและกรรมการทุกท่านพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
10. รูปถ่ายด้านหน้าและด้านในสำนักงาน กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
- รูปถ่ายด้านหน้าสำนักงาน เห็นตัวอาคารทั้งหลัง โดยแสดงเลขที่ตั้งและป้ายชื่อสำนักงานชัดเจน จำนวน 2 รูป
- (ป้ายชื่อต้องเป็นภาษาไทยและมีลักษณะคงทนถาวร และรูปถ่ายแบบล้างอัดภาพสี ขนาด 4 X 6 นิ้ว )
- รูปถ่ายด้านในสำนักงาน จำนวน 2 รูป (รูปถ่ายแบบล้างอัดภาพสี ขนาด 4 X 6 นิ้ว)
11. แผนที่ตั้งสำนักงาน กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
12. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน
13. สำเนากรมธรรม์ประกันภัย ประกันอุบัติเหตุให้กับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บ ไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทต่อคน และต้องมีอายุกรมธรรม์ไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
14. หนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท ติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
15. เงินหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว (เลือก 1 แบบ)
- กรณีเป็นเงินสด/แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายกรมการท่องเที่ยวเพื่อ.............…………………………..…….จำนวนเงิน.......................บาท
(กรณีเงินสด/แคชเชียร์เช็ค ให้นำสำเนาหนังสือรับรองของบริษัทไม่เกิน 1 เดือนแสดงต่อธนาคาร 1 ชุด)
อัตราหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว ทั่วไป รหัส 11/xxxxx หลักประกัน 200,000 บาท นำเที่ยวจากต่างประเทศ รหัส 14/xxxxx หลักประกัน 100,000 บาท
ในประเทศ รหัส 12/xxxxx หลักประกัน 50,000 บาท เฉพาะพื้นที่ รหัส 13/xxxxx หลักประกัน 10,000 บาท
*** ถ้าผู้ประกอบการรายใหม่ วางหลักประกันเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็ค แนบสำเนาหนังสือรับรองของบริษัท กรรมการเซ็นต์ชื่อและประทับตราที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือนยื่นกับธนาคารได้ 16. ใบนำส่งหลักประกัน จำนวน 2 แผ่น กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญ
17. ค่าใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 2,000 บาท
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ฉบับละ 1,000 บาท รวมค่าธรรมเนียม 3,000 บาท
18. หรือสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆ ที่เว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว
1.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาถูกต้อง
2.บัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ พร้อมสำเนา
3.เลขที่หนังสือเดินทางหรือสำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมรับรองสำเนา
4.สำเนาใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี)
ตรวจสอบได้ที่หน้าเว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว แบนเนอร์ ตรวจสอบรายชื่อธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ออนไลน์
1. แบบคำขอชำระค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยวนิติบุคคล (สธก.8) กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อ และประทับตราบริษัท
2. หนังสือรับรองว่าบริษัทได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมวัตถุประสงค์ ไม่เกิน 6 เดือน (กรรมการไทยเกินกึ่งหนึ่ง และกรรมการไทยเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท ตามพระราชบัญญัติ ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551) และที่อยู่ของสำนักงานสาขา (ถ้ามี)
3. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับประชุมผู้ถือหุ้นปีปัจจุบัน รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่เกิน 6 เดือน (บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้น 51%)
4. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการคนไทยที่มีอำนาจ ลงนาม " กรณีมีกรรมการต่างชาติ สำเนาพาสปอร์ตและสำเนาใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย (Work Permit) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
5. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือเอกสารสำคัญการเปลี่ยนชื่อ - สกุล ของกรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
6. สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้มีอำนาจจัดการแทนและกรรมการทุกท่านพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
7. รูปถ่ายด้านหน้าและด้านในสำนักงาน กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
- รูปถ่ายสำนักงาน ที่มีเลขที่ใบอนุญาตฯของบริษัทในรูปถ่ายสำนักงาน 1 รูป
- รูปถ่ายด้านหน้าสำนักงาน เห็นตัวอาคารทั้งหลัง โดยแสดงเลขที่ตั้งและป้ายชื่อสำนักงานชัดเจน จำนวน 2 รูป
- (ป้ายชื่อต้องเป็นภาษาไทยและมีลักษณะคงทนถาวร และรูปถ่ายแบบล้างอัดภาพสี ขนาด 4 X 6 นิ้ว )
- รูปถ่ายด้านในสำนักงาน จำนวน 2 รูป (รูปถ่ายแบบล้างอัดภาพสี ขนาด 4 X 6 นิ้ว)
8. แผนที่ตั้งสำนักงาน กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
9. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน พร้อมแนบหลักฐานเพิ่ม คือ สำเนาโฉนดที่ดินให้ผู้ให้เช่าเป็นผู้เซ็นการยินยอม
10...ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว และใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว (สาขา) พร้อมสำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจ นำเที่ยว กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (หรือใบแจ้งความกรณีสูญหาย)
11. สำเนากรมธรรม์ประกันภัย
12. หนังสือมอบอำนาจ กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท ติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
1. แบบคำขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (สธก.10)
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
3. สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
4. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ - สกุล ใบสมรส หรือเอกสารสำคัญการเปลี่ยนชื่อ - สกุล (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
5. บัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ (บัตรเดิม) และสำเนาบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ ถ่ายหน้า-หลัง พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง" (กรณีบัตรสูญหาย ยื่นหลักฐานใบแจ้งความ)
6. ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ฉบับจริง (กรณีใบอนุญาตสูญหาย ยื่นหลักฐานใบแจ้งความ)
7.ใบรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ใบรับรองแพทย์) ไม่เกิน 30 วัน พร้อมประทับตราของสถานพยาบาล (ยื่นเอกสารฉบับจริง)
8. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ จำนวน 200 บาท
สามารถต่อที่กรุงเทพได้แต่จะต้องใช้เป็นที่อยู่เฉพาะกาลในการยื่น เนื่องจากทะเบียนบ้านอยู่ จ.ชลบุรี โดยผู้ที่จะต่อบัตรมัคคุเทศก์ต้องมีบัตรเป็นประเภททั่วไปและยังไม่หมดอายุ และต้องเป็นบัตรที่เป็นเลขใบอนุญาต 11-xxxxxx หรือ 12-xxxx เท่านั้น
1.หนังสือรับรองนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ไม่เกิน 30 วัน) หรือสำเนา
2.บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ. 5) หรือสำเนา
3.หนังสือบริคณห์สนธิหรือสำเนา
4.ข้อบังคับของบริษัทหรือสำเนา
5.รายงานการประชุมจัดตั้งบริษัทหรือสำเนา
6.สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการและผู้ถือหุ้นทุกคน กรณีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติให้ใช้สำเนาหนังสือเดินทางหรือสำเนาใบอนุญาตทำงานคนต่างด้าว
7.ตราประทับบริษัท **** สัมภาษณ์ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ติดต่อเจ้าหน้าที่นิติกรหรือเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์ โทร. 0 2219 4010-7 ต่อ 401
1.ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว (หรือใบแจ้งความกรณีสูญหาย)
2.สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจ
3.เอกสารนำส่งหลักประกัน (หรือใบแจ้งความกรณีสูญหาย)
4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจ
5.หนังสือรับรองพร้อมวัตถุประสงค์จากกระทรวงพาณิชย์ (ไม่เกิน 1เดือน)
6. สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 30 บาท"
ตรวจสอบได้ที่หน้าเว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว แบนเนอร์ ตรวจสอบรายชื่อธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ออนไลน์

กองพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการท่องเที่ยว

ข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Tourism Professionals: ASEAN MRA on TP: MRA-TP) จัดทำขึ้นโดยความเห็นชอบของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ประกอบวิชาชีพการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และเพื่อยกระดับสมรรถนะและศักยภาพของบุคลากรทางการท่องเที่ยวในประเทศสมาชิกให้อยู่ในระดับสากล โดยตำแหน่งงานที่ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ไม่รวมถึงอาชีพมัคคุเทศก์ (Tour Guide)
ซึ่งเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบัน การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวดำเนินการใน 2 สาขา 6 แผนก 32 ตำแหน่งงาน ดังนี้
1. สาขาที่พัก (Hotel Services) ประกอบด้วย 4 แผนก 23 ตำแหน่งงาน ดังนี้
1.1 แผนกต้อนรับ (Front Office) มี 5 ตำแหน่งงาน คือ
1.1.1 ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับ (Front Office Manager)
1.1.2 ผู้ควบคุมดูแลฝ่ายต้อนรับ (Front Office Supervisor)
1.1.3 พนักงานต้อนรับ (Receptionist)
1.1.4 พนักงานรับโทรศัพท์ (Telephone Operator)
1.1.5 พนักงานยกกระเป๋า (Bell Boy)
1.2 แผนกแม่บ้าน(House Keeping) มี 6 ตำแหน่งงาน คือ
1.2.1 ผู้จัดการแผนกแม่บ้าน (Executive Housekeeper)
1.2.2 ผู้จัดการฝ่ายซักรีด (Laundry Manager)
1.2.3 ผู้ควบคุมดูแลห้องพัก (Floor Supervisor)
1.2.4 พนักงานซักรีด (Laundry Attendant)
1.2.5 พนักงานดูแลห้องพัก (Room Attendant)
1.2.6 พนักงานทำความสะอาด (Public Area Cleaner)
1.3 แผนกประกอบอาหาร (Food Production) มี 7 ตำแหน่งงาน คือ
1.3.1 หัวหน้าพ่อครัว (Executive Chef)
1.3.2 พ่อครัวแต่ละงาน (Demi Chef)
1.3.3 ผู้ช่วยพ่อครัวฝ่ายอาหาร (Commis Chef)
1.3.4 พ่อครัวงานขนมหวาน (Chef de Partie)
1.3.5 ผู้ช่วยพ่อครัวขนมหวาน (Commis Pastry)
1.3.6 งานขนมปัง (Baker)
1.3.7 งานเนื้อ (Butcher)
1.4 แผนกอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Service) มี 5 ตำแหน่งงาน คือ
1.4.1 ผู้อำนวยการแผนกอาหารและเครื่องดื่ม (F&B Director)
1.4.2 ผู้จัดการอาหารและเครื่องดื่ม (F&B Outlet Manager)
1.4.3 หัวหน้าพนักงานบริกร (Head Waiter)
1.4.4 พนักงานผสมเครื่องดื่ม (Bartender)
1.4.5 พนักงานบริกร (Waiter)
2. สาขาการเดินทาง (Travel Services) ประกอบด้วย 2 แผนก 9 ตำแหน่งงาน ดังนี้
2.1 แผนกธุรกิจนำเที่ยว (Travel Agencies) มี 4 ตำแหน่งงาน คือ
2.1.1 ผู้จัดการทั่วไป (General Manger)
2.1.2 ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป (Assistant General Manager)
2.1.3 หัวหน้าผู้แนะนำการเดินทาง (Senior General Manager)
2.1.4 ผู้แนะนำการเดินทาง (Travel Consultant)
2.2 แผนกบริหารธุรกิจนำเที่ยว (Tour Operation) มี 5 ตำแหน่งงาน คือ
2.2.1 ผู้จัดการธุรกิจ (Product Manager)
2.2.2 ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด (Sales and Marketing Manager)
2.2.3 ผู้จัดการฝ่ายบัญชี (Credit Manager)
2.2.4 ผู้จัดการฝ่ายตั๋ว (Ticketing Manager)
2.2.5 ผู้จัดการฝ่ายท่องเที่ยว (Tour Manager)
ตำแหน่งงานที่มีการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงานภายใต้ข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน มีจำนวน 32 ตำแหน่งงาน ใน 6 แผนก 2 สาขา ดังนี้
1. สาขาที่พัก (Hotel Services) ประกอบด้วย 4 แผนก 23 ตำแหน่งงาน ดังนี้
1.1 แผนกต้อนรับ (Front Office) มี 5 ตำแหน่งงาน คือ
1.1.1 ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับ (Front Office Manager)
1.1.2 ผู้ควบคุมดูแลฝ่ายต้อนรับ (Front Office Supervisor)
1.1.3 พนักงานต้อนรับ (Receptionist)
1.1.4 พนักงานรับโทรศัพท์ (Telephone Operator)
1.1.5 พนักงานยกกระเป๋า (Bell Boy)
1.2 แผนกแม่บ้าน(House Keeping) มี 6 ตำแหน่งงาน คือ
1.2.1 ผู้จัดการแผนกแม่บ้าน (Executive Housekeeper)
1.2.2 ผู้จัดการฝ่ายซักรีด (Laundry Manager)
1.2.3 ผู้ควบคุมดูแลห้องพัก (Floor Supervisor)
1.2.4 พนักงานซักรีด (Laundry Attendant)
1.2.5 พนักงานดูแลห้องพัก (Room Attendant)
1.2.6 พนักงานทำความสะอาด (Public Area Cleaner)
1.3 แผนกประกอบอาหาร (Food Production) มี 7 ตำแหน่งงาน คือ
1.3.1 หัวหน้าพ่อครัว (Executive Chef)
1.3.2 พ่อครัวแต่ละงาน (Demi Chef)
1.3.3 ผู้ช่วยพ่อครัวฝ่ายอาหาร (Commis Chef)
1.3.4 พ่อครัวงานขนมหวาน (Chef de Partie)
1.3.5 ผู้ช่วยพ่อครัวขนมหวาน (Commis Pastry)
1.3.6 งานขนมปัง (Baker)
1.3.7 งานเนื้อ (Butcher)
1.4 แผนกอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Service) มี 5 ตำแหน่งงาน คือ
1.4.1 ผู้อำนวยการแผนกอาหารและเครื่องดื่ม (F&B Director)
1.4.2 ผู้จัดการอาหารและเครื่องดื่ม (F&B Outlet Manager)
1.4.3 หัวหน้าพนักงานบริกร (Head Waiter)
1.4.4 พนักงานผสมเครื่องดื่ม (Bartender)
1.4.5 พนักงานบริกร (Waiter)
2. สาขาการเดินทาง (Travel Services) ประกอบด้วย 2 แผนก 9 ตำแหน่งงาน ดังนี้
2.1 แผนกธุรกิจนำเที่ยว (Travel Agencies) มี 4 ตำแหน่งงาน คือ
2.1.1 ผู้จัดการทั่วไป (General Manger)
2.1.2 ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป (Assistant General Manager)
2.1.3 หัวหน้าผู้แนะนำการเดินทาง (Senior General Manager)
2.1.4 ผู้แนะนำการเดินทาง (Travel Consultant)
2.2 แผนกบริหารธุรกิจนำเที่ยว (Tour Operation) มี 5 ตำแหน่งงาน คือ
2.2.1 ผู้จัดการธุรกิจ (Product Manager)
2.2.2 ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด (Sales and Marketing Manager)
2.2.3 ผู้จัดการฝ่ายบัญชี (Credit Manager)
2.2.4 ผู้จัดการฝ่ายตั๋ว (Ticketing Manager)
2.2.5 ผู้จัดการฝ่ายท่องเที่ยว (Tour Manager)
ทุกคนที่มีความสนใจ ทั้งนักเรียน นักศึกษา ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไป แต่ผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะเท่านั้น จึงจะได้ใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว
ขณะนี้ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยู่ระหว่างการกำหนดกระบวนการ ให้การรับรองมาตรฐานบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียนตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติของบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (MRA on TP) จำนวน 32 ตำแหน่งงาน ใน 6 แผนก 2 สาขา โดยการประเมินสมรรถนะของบุคลากรในตำแหน่งงานต่าง ๆ จะใช้คุณสมบัติ การศึกษา การฝึกอบรม และ/หรือประสบการณ์ในการทำงาน เป็นเกณฑ์พื้นฐานในการรับรองมาตรฐานของบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว แห่งอาเซียน หากการกำหนดกระบวนการแล้วเสร็จ จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบอีกครั้ง หรือสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว http://www.tourism.go.th/
ผู้ที่ผ่านการประเมินสมรรถนะและได้รับใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน หรือที่เรียกว่า บุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Professional - ATP) จะสามารถลงทะเบียนในระบบทะเบียนบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Professional Registration System: ATPRS) ซึ่งเป็นระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียน (ATP) และผู้ว่าจ้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศสมาชิกอาเซียน (Job Matching) โดยผู้ว่าจ้างสามารถ ค้นหาและติดต่อบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ และบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียน (ATP) สามารถสมัครงานในตำแหน่งงานว่างที่ผู้ว่าจ้างประกาศรับสมัครได้ ซึ่งผู้ที่ได้รับใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพดังกล่าวมีสิทธิในการเดินทางไปทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียนได้ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของประเทศที่เข้าไปทำงานด้วย นอกจากนี้ ปัจจุบัน กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ให้กับผู้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน เช่น ค่าตอบแทนพิเศษ เป็นต้น
แนวทางในการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 32 ตำแหน่งงานตามข้อตกลงร่วม
ว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียนของกรมการท่องเที่ยว มีดังต่อไปนี้
1. จัดทำพระราชบัญญัติส่งเสริมบุคลากรด้านการท่องเที่ยว พ.ศ. ... ให้แล้วเสร็จตามกระบวนการตรากฎหมายของราชอาณาจักรไทย และให้มีผลบังคับใช้เพื่อรองรับการดำเนินการตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Tourism Professionals: ASEAN MRA on TP: MRA-TP) และออกกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (อนุบัญญัติ) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
2. ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น นักเรียนและนักศึกษาที่กำลังจะเข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว บุคลากรผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเจ้าของธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึง บุคคลทั่วไปรู้จักและมีความเข้าใจในเรื่อง MRA-TP อย่างถูกต้อง
3. ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการเข้าร่วมการฝึกอบรมและประเมินเพื่อพัฒนาให้เป็นผู้ฝึกอบรมต้นแบบระดับอาเซียน (Master Trainer: MT) และผู้ประเมินต้นแบบระดับอาเซียน (Master Assessor: MA)
4. ดำเนินการฝึกอบรมและประเมินผู้ฝึกอบรมระดับประเทศ (National Trainer: NT) และผู้ประเมินระดับประเทศ (National Assessor: NA)
5. ส่งเสริม สนับสนุน และให้การรับรองสถาบันการศึกษาหรือนิติบุคคลที่มีศักยภาพและคุณสมบัติครบถ้วนให้เป็นศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) และศูนย์ประเมิน (Assessment Center) บุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียน และสร้างเครือข่ายการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เข้าสู่มาตรฐานระดับสากล
6. ส่งเสริมบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เข้าสู่กระบวนการพัฒนา (การฝึกอบรมและประเมิน) เพื่อเป็นบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Professional: ATP)
7. พัฒนาระบบทะเบียนบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวของประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงกับระบบของอาเซียน และเป็นช่องทางที่จะอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงานบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของข้อตกลงต่อไป